ถ้าเปรียบความคิดตัวเองในช่วงนี้
มันคงเป็นอะไรสักอย่างที่กระจัดกระจายจนไม่รู้จะทำให้เป็นระเบียบยังไง
และถึงรู้ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าที่เรียงออกมานั้นเป็นระเบียบจริงๆรึเปล่า
อะไรหลายๆอย่าง เข้ามา สับสน ยุ่งเหยิง
หาคำตอบไม่ได้ก็ได้แต่บ่นว่าไม่เข้าใจ
ทั้งที่ก็ยังไม่แน่ใจว่าไม่เข้าใจหรือไม่ยอมเข้าใจเอง
บางทีคำตอบมันอาจจะชัดอยู่แล้วแต่เราทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
หรือบางทีคำตอบที่ว่าชัดก็อาจไม่ใช่
แต่ถ้าสรุปว่าไม่ใช่เลยก็ดูจะเข้าข้างตัวเองมากไป
ก็แล้วเพราะใครล่ะอะไรๆมันถึงได้วุ่นวายไปหมดอย่างนี้
หรือเพราะเราคิดมากเองมันเลยวุ่นวาย
แท้จริงแล้วไม่มีอะไรเลย
หรือมันมีแต่เราไม่เชื่อว่ามันมี และไม่อยากยอมรับว่ามันไม่มี
สุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง อยู่ที่เธอจะให้คำตอบอะไรกับฉัน
แล้วเธอจะตอบได้ไงล่ะในเมื่อฉันไม่เคยถามออกไป
ถ้ามันใช่ก็ช่วยทำให้มันชัดเจนทีเหอะ
แต่ถ้าไม่ใช่...
ช่วยอย่าเพิ่งบอกอะไรตอนนี้เลย
ให้คำว่าเพื่อนยังคงเป็นเพื่อนต่อไป
ให้ฉันมองเธอได้นานอีกสักนิด
ให้เราได้มีเวลาเดินข้างกันอีกสักหน่อย
จนกว่าฉันจะสามารถตัดใจจากเธอได้
แล้ววันนั้น ความรู้สึกในตอนนี้ก็จะเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไป
ความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอตอนนี้ สุดท้ายแล้วจะเหลือค่าแค่นั้นเองหรอ
เธออยากให้มันเป็นแค่นั้นใช่มั้ย
ถ้าไม่ใช่... ได้โปรดเถอะ
อย่าปล่อยให้ฉันฟุ้งซ่านไปคนเดียวอีกเลย
เธออาจต้องการแค่เพื่อน แต่ฉันหยุดไว้แค่นั้นไม่ได้จริงๆ...
ฟุ้งซ่านว่ะกู
บางทีมันก็คิดขึ้นมา
เวลาที่คำว่ารักหลุดออกจากปากใครสักคนถึงคนที่อยากรักษาความสัมพันธ์ไว้ให้ถึงที่สุด
เวลานั้นคงเป็นเวลาที่ความรู้สึกที่เรียกว่ารักมันไม่สามารถเก็บซ่อนเอาไว้ได้แล้วจริงๆ
ถ้าชั่งน้ำหนักของคำว่ารักที่เคยพูดก่อนหน้านี้ออกมา
มันคงไม่มีค่าอะไรเลย (ไม่ใช่สิ เขียนแล้วก็นึกขึ้นมาได้ถึงความรู้สึกที่ลืมไปแล้วในตอนนั้นแฮะ)
คำว่ารักที่พูดออกมาง่ายๆเหมือนเป็นคำพูดติดปากมันมีค่าขนาดไหนกัน
แต่ความรู้สึกที่พูดในตอนนั้นมันก็เป็นของจริงนะ
แล้วถ้าเทียบกับคำว่ารักที่ยังเก็บเอาไว้ได้ในตอนนี้
มันคงยังไม่สุดสินะฉันถึงไม่ได้พูดออกไป
คำว่ารักที่ฉันยังไม่พูดออกไป... เธอจะมองว่ามันมีค่าแค่ไหนกัน