2009/Oct/07

 

ถ้าเปรียบความคิดตัวเองในช่วงนี้

มันคงเป็นอะไรสักอย่างที่กระจัดกระจายจนไม่รู้จะทำให้เป็นระเบียบยังไง

และถึงรู้ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าที่เรียงออกมานั้นเป็นระเบียบจริงๆรึเปล่า

 

 

อะไรหลายๆอย่าง เข้ามา สับสน ยุ่งเหยิง

 

หาคำตอบไม่ได้ก็ได้แต่บ่นว่าไม่เข้าใจ

ทั้งที่ก็ยังไม่แน่ใจว่าไม่เข้าใจหรือไม่ยอมเข้าใจเอง

 

บางทีคำตอบมันอาจจะชัดอยู่แล้วแต่เราทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

หรือบางทีคำตอบที่ว่าชัดก็อาจไม่ใช่

แต่ถ้าสรุปว่าไม่ใช่เลยก็ดูจะเข้าข้างตัวเองมากไป

 

ก็แล้วเพราะใครล่ะอะไรๆมันถึงได้วุ่นวายไปหมดอย่างนี้

หรือเพราะเราคิดมากเองมันเลยวุ่นวาย

 

แท้จริงแล้วไม่มีอะไรเลย

หรือมันมีแต่เราไม่เชื่อว่ามันมี และไม่อยากยอมรับว่ามันไม่มี

 

 

สุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง อยู่ที่เธอจะให้คำตอบอะไรกับฉัน

 

แล้วเธอจะตอบได้ไงล่ะในเมื่อฉันไม่เคยถามออกไป

 

 

 

 

 

ถ้ามันใช่ก็ช่วยทำให้มันชัดเจนทีเหอะ

 

 

แต่ถ้าไม่ใช่...

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วยอย่าเพิ่งบอกอะไรตอนนี้เลย

 

ให้คำว่าเพื่อนยังคงเป็นเพื่อนต่อไป

ให้ฉันมองเธอได้นานอีกสักนิด

ให้เราได้มีเวลาเดินข้างกันอีกสักหน่อย

 

จนกว่าฉันจะสามารถตัดใจจากเธอได้

 

แล้ววันนั้น ความรู้สึกในตอนนี้ก็จะเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไป

 

 

 

ความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอตอนนี้ สุดท้ายแล้วจะเหลือค่าแค่นั้นเองหรอ

 

เธออยากให้มันเป็นแค่นั้นใช่มั้ย

 

ถ้าไม่ใช่... ได้โปรดเถอะ

อย่าปล่อยให้ฉันฟุ้งซ่านไปคนเดียวอีกเลย

 

 

เธออาจต้องการแค่เพื่อน แต่ฉันหยุดไว้แค่นั้นไม่ได้จริงๆ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฟุ้งซ่านว่ะกู

 

 

 

บางทีมันก็คิดขึ้นมา

 

เวลาที่คำว่ารักหลุดออกจากปากใครสักคนถึงคนที่อยากรักษาความสัมพันธ์ไว้ให้ถึงที่สุด

เวลานั้นคงเป็นเวลาที่ความรู้สึกที่เรียกว่ารักมันไม่สามารถเก็บซ่อนเอาไว้ได้แล้วจริงๆ

 

ถ้าชั่งน้ำหนักของคำว่ารักที่เคยพูดก่อนหน้านี้ออกมา

มันคงไม่มีค่าอะไรเลย (ไม่ใช่สิ เขียนแล้วก็นึกขึ้นมาได้ถึงความรู้สึกที่ลืมไปแล้วในตอนนั้นแฮะ)

คำว่ารักที่พูดออกมาง่ายๆเหมือนเป็นคำพูดติดปากมันมีค่าขนาดไหนกัน

 

แต่ความรู้สึกที่พูดในตอนนั้นมันก็เป็นของจริงนะ

 

 

แล้วถ้าเทียบกับคำว่ารักที่ยังเก็บเอาไว้ได้ในตอนนี้

มันคงยังไม่สุดสินะฉันถึงไม่ได้พูดออกไป

 

คำว่ารักที่ฉันยังไม่พูดออกไป... เธอจะมองว่ามันมีค่าแค่ไหนกัน