ลืมเลือน

posted on 13 Nov 2011 22:54 by kumei
ห่างหายไปนานจากการเขียนบลอก entryเก่าๆก็ปิดทิ้งซะหมด พอกลับมาเปิดอ่านดูก็ตลกดีเหมือนกัน
 
มาทบทวนดูว่าเราเริ่มหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็พบว่าเป็นตอนที่เข้ามหาวิทยาลัย
ตอนเป็นเด็ก หลายๆคนคงเคยคิดว่าอยากเป็นผู้ใหญ่ และรู้สึกว่าตัวเองก็มีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ในตัว แต่พอโตขึ้นแล้วกลับไปมองตัวเองในตอนนั้นก็จะพบว่ามันช่างไร้สาระเหลือเกิน
อีกสักสี่ห้าปีผ่านไป เมื่อเรามองย้อนกลับมาที่ตัวเองในตอนนี้อาจจะเกิดความรู้สึกแบบเดียวกันนี่อีกก็ได้
 
ชีวิตสี่ปีในมหาวิทยาลัยทำให้เราเจออะไรมากมาย
บันไดขั้นสุดท้ายก่อนจะเผชิญกับความเป็นจริง คนหลากหลายรูปแบบ จากต่างสถานที่ ต่างสภาพแวดล้อม เป็นธรรมดาที่เราที่ยังเป็นเด็กจะไม่เข้าใจ
บางคนก็ผูกพัน บางคนก็สูญเสีย และบางคนยิ่งนานวันก็ยิ่งเพิ่มชั้นหน้ากากที่ใส่เข้าหากันมากขึ้น
ตอนแรกเริ่มเราเคยอยากจะสนิทกับทุกคนให้เหมือนกับที่สนิทกับเพื่อนสมัยมัธยม พอมาวันนี้ที่เวลาผ่านมาแล้วสี่ปี สิ่งที่เราเรียนรู้คือในสังคมจริงๆไม่มีใครทำอย่างนั้นได้หรอก
ที่เราต้องทำคือเลือกหยิบหน้ากากให้ถูก มองสถานการณ์ให้ออกว่าอยู่จุดไหนควรใส่หน้ากากแบบไหน
ความคิดที่น่ารังเกียจ แต่ก็เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
 
เราไม่สามารถรับตัวตนของคนทุกคนได้ เช่นเดียวกับที่เราไม่สามารถทำให้ทุกคนยอมรับตัวตนของเราได้
เพราะเป็นเช่นนี้ความทรงจำในวัยเยาว์จึงหอมหวานยิ่งนัก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สิ่งที่เคยค้นหามาตลอดว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร 
 
ตอนเด็กๆเคยฝันเอาไว้หลายอย่าง อยากเป็นนักเขียน นักข่าว นักสืบ นักประวัติศาสตร์ ดีไซเนอร์ สถาปนิก กระทั่งตำรวจ ทหาร ก็เคยอยากเป็น
ที่ตรงนี้เรากำลังเดินอยู่บนทางของการเป็นอะไรสักอย่างในด้านภาพยนตร์และภาพถ่าย งานที่จะได้ออกไปเจอโลกหลากหลาย พบผู้คนมากมาย เก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้ สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆให้ใครสักคนมีความสุขกับสิ่งที่เราทำ
และเราเองก็มีความสุขกับมัน
 
กระนั้นความฝันที่อยากเป็นนักเขียนก็ไม่เคยหายไป
แค่ได้เขียนงานลงในบอร์ดเล็กๆ มีคนกลุ่มเล็กๆเข้ามาอ่านแล้วคอมเม้นท์ ทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเม้นท์ทำให้มีความสุขยิ่งกว่าเวลารับเงินจากการทำงาน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เข้ามาเขียนอะไรเรื่อยเปื่อยอีกแล้ว เขียนเก็บไว้อีกสักสี่ปีค่อยกลับมาอ่านใหม่
 
อยากรู้ว่าสี่ปีข้างหน้าความคิดเราจะยังเป็นเหมือนวันนี้อยู่หรือเปล่า
 
อยากรู้ว่ายังมีคนเข้ามาอ่านที่เราเขียนในนี้อยู่หรือเปล่า
 
ถ้ามีใครเข้ามาก็เขียนคอมเม้นท์ทักทายให้ได้รู้ด้วยนะ 
 
 
สวัสดี

Comment

Comment:

Tweet

: )) เวลาทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปเสมอค่ะ
เจอสิ่งทีี่ไม่ดีก็เก็บไว้เป็นบทเรียน เจอสิ่งดีๆก็เก็บไว้เป็นความทรงจำเนอะ big smile big smile

#4 By Takoyahoya on 2011-11-14 13:25

เราเข้ามาจ้า

สังคมมหาลัยมันไม่เหมือนกับมัธยมจริงๆ ตั้งแต่แรกที่เข้าไป เราคิดว่าเราเปิดตัวเองได้มากกว่าตอนที่เป็นมัธยม แต่พอมาวันนี้ก็ได้รู้ว่าตอนนั้นเราเองก็อาจจะใส่หน้ากากเหมือนกัน เมื่อแทบทุกคนเป็นมิตรต่อกัน แต่ไม่เห็นเลยว่าจบสี่ปีนี้ไปแล้ว เราจะยังเหลือใครที่เหมือนกับเพื่อนที่คบกันง่ายๆ ไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อยต่อกันเหมือนสมัยมัธยม

เกลียดตัวเองที่ใส่หน้ากาก เพราะไม่ใช่แค่หลอกคนอื่น แต่มันหลอกตัวเราเองด้วย มันทำลายอะไรหลายๆ อย่างเราในตัวเราไป ฝังมันให้อยู่ลึกจนเราลืมเลือน
เอาวะ ฮึบ!ไหนๆ เราก็ไม่ค่อยสนใจชาวบ้านอยู่แล้ว ตอนนี้คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก สู้เว้ย!!!

ดีใจนะเออ ที่อย่างน้อยเราก็รู้จักมิวตอนนั้น ถึงอยู่คนละกลุ่ม หรือคนละห้อง เราก็จำตอนที่คุยกันครั้งแรกได้นะ เราว่ามันไม่ใช่อดีต มันเป็นส่วนหนึ่งของปัจจุบันของเรา

รักนะมิวมิ้ว!!

พอไปแงะอ่านเอนทรี่เก่าๆ โคตรขำตัวเองจริงๆ 5555 งานเขียนเก่าๆ ก็ด้วย ก็ช่างทำไปด๊ายยยอ่ะ แถมรู้สึกว่าเรานี่โคตรขี้โวยวายเลย ... รู้สึกปัจจุบันก็ยังโวยวายอยู่ 555

#3 By Aki_ZE on 2011-11-14 10:49

เค้ากลับไปอ่านเอนทรี่สมัยเรียนก็ขำตัวเองอยู่เหมือนกันว่าตอนนั้นคิดแบบนี้เหรอเนี่ย =w=lll
บลอคก็เหมือนกล่องเก็บความทรงจำล่ะนะ เราเขียนบลอคด้วยความนึกคิดความรู้สึกของเราในตอนนั้น
พอเวลาผ่านไป เราได้เจออะไรอีกหลายอย่าง ความคิดเราอาจจะไม่เหมือนกับที่ผ่านมา
แต่พอย้อนกลับไปดู มันก็สนุกดีนะ เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนไปดูตัวเองเมืื่อก่อน 555

ปล.มาเมนต์เรื่อยเปื่อยเหมือนกัน ดองบลอคไปนานแล้ว

#2 By Oni : Hazard on 2011-11-14 00:41

สำหรับตัวผม ผมมองว่าทุกวินาทีที่ผ่านไปไม่ว่าจะตอนเรียน หรือทำงาน นี่แหละของจริง ทุกสิ่งมันสอนเราอยู่ เป็นแบบฝึกหัดก่อนการสอบในวันข้างหน้า เราจึงสังเกตุได้ว่าเมื่อเรามองย้อนกลับมาดูตัวเองอีกครั้งมันก่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆที่ชวนขันในมุมมองในความคิดของเราเมื่อเยาว์วัย นั่นจึงเป็นหลักฐานของการผ่านแบบฝึกหัดชีวิต ผ่านการเติบโต

สิ่งที่สำคัญคือคุณเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนรู้วิชาชีวิตแค่ไหน หยิบจับอะไรได้บ้างในแต่ละวัน...ถ้านึกไม่ออกก็ลองพิถีพิถันกับการใช้ชีวิตให้มากขึ้นนะ